เชคท่านั่งขับรถให้ถูกต้อง..ก่อนออกเดินทาง


หลังจากที่ลองเช็คสไตล์ท่านั่งขับรถในแบบที่เราอาจมีพฤติกรรมเคยชินกันไปแล้ว วันนี้เรามี 6 ขั้นตอนการเช็คท่านั่งขับรถที่ถูกต้องแบบละเอียด มาแชร์ให้เพื่อนๆ นำไปปรับลักษณะท่านั่งขับรถ ทุกๆคนจะได้มีท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง แบบ Healthy Driving



1. เลื่อนระยะห่างให้พอดี

คือปรับระยะห่างระหว่างเบาะนั่งและพวงมาลัย โดยที่ขาสามารถเหยียบเบรคและคันเร่งได้ถนัด หัวเข่าและปลายเท้าไม่ตึงจนเกินไป ถ้าไม่รู้จะวัดยังไง AirLumba ขอแนะนำให้ลองเอาข้อมือวางบริเวณด้านบนของพวงมาลัยและปรับเบาะจนแขนตึง จะเป็นระยะที่พอดีประมาณ 1 ช่วงแขน สังเกตว่าเข่าจะไม่ตึง และเมื่อลดแขนลงจะสามารถจับส่วนกลางพวงมาลัย ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้โดยไม่รู้สึกตึงบริเวณหัวไหล่




2. ปรับเบาะเอนพนักพิงเล็กน้อย

เมื่อได้ระยะห่างแล้ว ให้ปรับองศาพนักพิงประมาณ 110 องศา โดยให้แผ่นหลังสัมผัสกับเบาะพิงหรือปรับเอนเล็กน้อย ไม่ตั้งตรงจนเกินไป โดยไหล่จะไม่เกร็ง ศีรษะไม่เงยหรือก้มจนเกินไป เพื่อให้มองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนและควบคุมพวงมาลัยได้อย่างปลอดภัย


3. เลือกใช้ Dynamic Back Support ที่พอดีกับสรีระหลังของเรา

เพราะเบาะรถยนต์แต่ละรุ่นออกแบบมาตามมาตรฐาน ตามหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomic) แต่สรีระหลังของคนเรามีความโค้งเว้าแตกต่างกัน และจำเป็นต้องมีการขยับเคลื่อนไหวหลังอย่างต่อเนื่อง เพียงพอเหมาะสม หลายๆคนจึงต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อมาช่วยรองรับแผ่นหลังขณะนั่งขับรถ

.

AirLumba ขอแนะนำเทคนิคในการเลือกผลิตภัณฑ์ ดังนี้

1. ติดตั้งง่าย ไม่มีวัสดุแข็งที่เป็นอันตรายต่อกระดูกสันหลัง

2. มีมาตรฐานการรับรองที่น่าเชื่อถือ

3. สามารถใช้ได้กับทุกสรีระหลัง และทุกเพศ ทุกวัย

4.อายุการใช้งานยาวนาน

5.ไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

4. ปรับความสูงเบาะให้พอดี และสายตามองเห็นชัดเจน

เมื่อได้ระยะห่างและปรับพนักพิงแล้ว ความสูงของเบาะและความสูงของพวงมาลัยก็ต้องเหมาะสมด้วย คือ ระยะที่พวงมาลัยไม่ชนเข่าหรือสูงบังทัศนวิสัยในการขับขี่ ระยะหัวเข่าควรจะอยู่เหนือแนวสะโพกเล็กน้อย เพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือดบริเวณสะโพกและต้นขา เมื่อเราขยับขาจะไม่รู้สึกตึงเกินไป ซึ่งในขณะขับรถส้นเท้ายังสามารถแตะพื้น และเมื่อหยุดพักจะสามารถวางพักเต็มฝ่าเท้าได้อย่างสบาย โดยระยะที่เหมาะสมจะทำให้ร่างกายไม่เกร็ง รู้สึกผ่อนคลายขณะขับขี่



5. จับพวงมาลัยให้ถูกที่

ท่ากำมือหลวมๆ ในตำแหน่ง 9 นาฬิกา และ 3 นาฬิกาเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขับรถ จับได้ถนัดมือและสามารถบังคับทิศทางได้ง่าย โดยไม่ทำให้เกิดอาการปวดไหล่หรือต้นคอ แขนงอเล็กน้อย สอดคล้องกับระยะห่างที่เหมาะสม จะช่วยลดอาการปวดล้าบริเวณช่วงแขน แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์รถติดหรือในวันที่ต้องขับรถทางไกล



6. ปรับระดับสูง-ต่ำของพนักพิงศีรษะ

เพราะพนักพิงศีรษะของรถยนต์แต่ละรุ่น ถูกออกแบบมาด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนกัน เราจึงควรหาระยะเหมาะสมทั้งความสูงและความเอียง เมื่อเราพิงศีรษะแล้วคางจะเชิดขึ้นหรือกดต่ำลงเล็กน้อย แต่จะเป็นระยะตรงที่สามารถมองเห็นทางข้างหน้า แล้วให้พนักพิงศีรษะช่วยรองรับกระดูกต้นคอและไหล่ จะสามารถช่วยลดแรงกระแทกเมื่อเหยียบเบรคกระทันหันหรือเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขับรถได้

.

AirLumba ได้แนะนำครบถ้วนทั้ง 6 ขั้นตอนแล้ว ถ้ารถพร้อม คนพร้อม ใจพร้อมออกเดินทาง ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยและมีความสุขกับทุกการเดินทาง

.


ใช้ชีวิตไปข้างหน้าแบบไม่พะวงหลัง AirLumba I Got Your Back!

.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ Inbox :

website => https://www.airlumba.com/products หรือ โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ

และ Line : @airlumba หรือ คลิ๊ก http://bit.ly/AirLumba

.

#toyota#airlumba#airlumbatogo#airlumbapro#airlumbaproexpert#Igotyourback #airlumbaliveright#ปวดหลัง#ToyotaAccessories#ขับขี่ปลอดภัย#Healthydriving